2005/Jun/27


เป็นบทความที่ดีและน่าสนใจ อยากจะเป็นและอยากจะมีเพื่อนที่ดี อยากจะให้คุณแม่เป็นและมีเพื่อนที่ดีด้วย จะได้อายุยืน ๆ และมีความสุข :)

คัดลอกจาก http://www.prachathai.com/news/show.php?Category=nm&No=5012
รายงานพิเศษ

เพื่อนที่ดีหมายถึงคนที่พร้อมจะอยู่กับคุณเมื่อคุณต้องการ และเขาไม่เพียงช่วยให้คุณสบายใจเท่านั้น แต่เชื่อหรือไม่ว่าการที่มีเพื่อนดีๆอยู่ใกล้นั้นยังช่วยทำให้คุณมีชีวิตอยู่ได้นานขึ้นด้วย

นี่ไม่ได้เป็นพูดที่เลื่อนลอยใดๆ นักวิทยาศาสตร์ชาวออสเตรเลียกล่าวว่า คนในวัยหลังเกษียณอายุแล้วหากได้อยู่กับเพื่อนๆจะสามารถมีชีวิตได้ยืนยาวกว่าการที่มีสมาชิกในครอบครัวมาอยู่ด้วยเสียอีก

ทีมวิจัยจากออสเตรเลียได้เข้ามาศึกษาว่า ปัจจัยทางด้านสังคม สุขภาพและรูปแบบการใช้ชีวิต หรือไลฟ์สไตล์นั้นมีผลกระทบต่อการมีชีวิตอยู่อย่างไรบ้างในคนอายุ 70 ปีขึ้นไปกว่า 1,500คน โดยรายงานการวิจัยนี้ปรากฏอยู่ในวารสารสุขภาพชุมชนและระบาดวิทยา ทั้งนี้โดยได้ข้อมูลมาจากศึกษาแบบต่อเนื่องเป็นเวลานานเรื่องพัฒนาการของกลุ่มคนสูงอายุออสเตรเลีย ( Australian Longitudinal Study of Aging - ALSA) ที่เริ่มทำการศึกษามาตั้งแต่ปี 1992 ที่ อเดอเลด เซาท์ ออสเตรเลีย

ในบางส่วนของการศึกษานั้นคนอยู่ในกลุ่มเป้าหมายการวิจัยจะถูกตั้งคำถามว่า พวกเขาได้ติดต่อทั้งด้วยตัวเองและโดยทางโทรศัพท์กับเครือข่ายความสัมพันธ์ในสังคมของเขามาแค่ไหน ทั้งนี้โดยรวมไปถึงการติดต่อกับลูกๆ ญาติพี่น้อง เพื่อนๆ และเพื่อนสนิท

ทีมได้เฝ้าดูอัตราการมีชีวิตอยู่ของคนเหล่านี้มานานเป็นทศวรรษ ตรวจสอบในรอบสี่ปี และต่อ
จากนั้นก็ทุกๆ 3 ปี แล้วก็พบว่าการได้ติดต่อกับลูกและญาติๆมีผลต่อการมีชีวิตอยู่น้อยมากในรอบ 10 ปี

อย่างไรก็ตาม ในช่วงท้ายๆของการศึกษา พบว่า การมีเครือข่ายเพื่อนและคนคุ้นเคยที่ยังคงเหนียวแน่นกลับมีผลในทางสถิติว่าทำให้คนเหล่านั้นมีชีวิตอยู่ได้นานขึ้นกว่าคนที่มีเพื่อนน้อย

เรื่องนี้ค่อนข้างชัดเจนถึงแม้ว่า คนบางคนอาจต้องพบกับความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ อย่างเช่น การตายของคู่ครองหรือ สมาชิกในครอบครัวที่สนิทกัน และการย้ายที่อยู่ใหม่ของเพื่อนไปยังอีกฟากหนึ่งของประเทศ

ทีมนักวิจัยที่นำโดย ลินน์ ไจลส์ แห่ง มหาวิทยาลัย ฟลินเดอร์ ในอเดอเลด กล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นนี้อาจเป็นเพราะความจริงที่ว่า คนสามารถเลือกเพื่อนได้ และต่อต้านสมาชิกในครอบครัว

ในรายงานที่ เขียนลงในวารสารสุขภาพชุมชนและระบาดวิทยา บอกว่า การมีความระมัดระวังในความปฏิสัมพันธ์ที่มีกับเพื่อนๆและเพื่อนสนิทมากที่มีกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับคนในครอบครัว กับลูกๆและญาติๆ ต่างมีผลกระทบเชิงบวกต่อการมีชีวิตอยู่

นักวิจัยยังบอกด้วยว่า เพื่อนอาจช่วยกระตุ้นให้คนเหล่านั้นได้ดูแลสุขภาพ และช่วยลดความซึมเศร้าและความรู้สึกกังวลใจได้ในยามที่อยู่ในภาวะยากลำบาก

ในหน้าบรรณาธิการในวารสารเล่มเดียวกัน แอนโทนี จอร์ม จากมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลียกล่าวว่า ขณะนี้เรากำลังให้ความเห็นกันถึงจุดที่ว่าทดลองเรื่องนี้สามารถจะรับรองได้ในขอบเขตขนาดใหญ่

ระบบความเป็นเพื่อนที่ได้พัฒนาขึ้นและการทดลองกับคนที่อยู่ในภาวะซึมเศร้าและสามารถเป็นต้นแบบให้กับกิจกรรมที่มีศักยภาพ

ถ้าการทดลองนี้แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จว่า เครือข่ายทางสังคมสามารถปรับเข้ากับประโยชน์ของสุขภาพ นี่ก็จะเป็นการสร้างเป็นฐานเพื่อการส่งเสริมสุขภาพให้ขยายออกไปอีกได้ ด้วยเป้า หมายที่จะเพิ่มเครือข่ายมิตรภาพให้มากขึ้นในประชากรทั้งหมด

ดร.ลอร์นา เลย์เวิร์ด ผู้จัดการวิจัยเพื่อช่วยผู้สูงอายุ กล่าวว่า เมื่อเราแก่ตัวลงไปเราอาจจะสูญเสียเพื่อนบางคนไป ดังนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะสร้างและรักษาความสัมพันธ์กับเพื่อนใหม่อยู่เสมอ

ที่น่าสนใจก็คือ เรารู้ว่าคุณภาพชีวิตทางสังคมของผู้หญิงโดยปกติแล้วจะพัฒนาขึ้นด้วยวัย ดังนั้นจึงแสดงให้เห็นว่า เราได้ประโยชน์จากการพูดคุยและรู้สึกมีคุณค่าในหมู่เพื่อน

ดร.เลย์เวิร์ด ยังกล่าวด้วยว่า ที่สำคัญคือ การสำหรับการสมาคม เราจำเป็นต้องรวมเอาผู้สูงอายุให้มากขึ้นและกระตุ้นให้ชุมชนสร้างสิ่งแวดล้อมที่เป็นมิตรที่สามารถทำให้เครือข่ายสังคมเบ่งบาน

เรารู้ว่าสำหรับผู้สูงอายุหลายท่านๆ การเดินทางอาจเป็นอุปสรรคในการออกไปข้างนอกเพื่อจะไปเยี่ยมเพื่อน ดังนั้น การอาสาที่จะขับรถไปส่งเพื่อนบ้านสูงอายุอาจมีความหมายมากกว่าที่คิดเสียอีก
edit @ 2005/06/27 22:50:12
edit @ 2005/07/15 01:09:43

Comment

Comment:

Tweet


จริงนะ...เราก็ว่าการมัความสัมพันธ์กับบุคคลในสังคมเป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ
#2 by Gratai...Ka!!! At 2005-08-13 16:52,
ผมก็เคยได้ยินมาว่า ถ้าให้คนแก่ทำงาน มีงานต้องรับผิดชอบ ก็จะมีอายุยืนกว่า คนที่อยู่บ้านเฉย ๆ อยู่ไปวัน ๆ ครับ
#1 by narong (61.7.128.251) At 2005-07-21 10:12,