2005/Sep/11

เมื่อวานมีโอกาสเข้าฟังบรรยายพิเศษในหัวข้อเรื่อง การเขียนแผนธุรกิจ ซึ่งจัดที่คณะิวิทยาการจัดการ จึงได้อะไรเรียนรู้อะไรเยอะพอสมควร ที่เข้าไปฟังเพราะพอดีเป็นที่ปรึกษาใหักับกลุ่มบ่มเพาะอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ จึงคิดว่าการจะเป็นที่ปรึกษาที่ดีได้ เราก็ควรจะเสาะแสวงหาความรู้และข้อแนะนำที่ดีให้กับที่คนที่เขาต้องการให้เราเป็นที่ปรึกษา
จึงได้โทรบอกให้คุณไกรยนัฐเข้าฟังด้วย ทั้งเราและคุณไกรยนัฐก็รู้สึกว่าได้ความรู้และข้อคิดที่ดีี

วิทยากรหลักที่พูดชื่อคุณเรวัติ จินดาพลซึ่งเป็นผู้ปฎิวัติการส่งดอกไม้ไทย เป็นผู้ก่อตั้งบริษัทมิสลิลลี่จำกัด
คุณเรวัติมองว่าถ้าจะสร้างธุรกิจใหม่ขึ้นมาเราต้องให้ความสำคัญกับการสร้างแบรนด์ ถ้าเปรียบไปแล้ว กลยุทธ์ทางการตลาดก็เหมือนกับเราล่อให้มดมาที่น้ำตาล แต่มดคงไม่มาหาน้ำตาลบ่อย ๆ ถ้าหากว่าน้ำตาลนั้นไม่หวาน เพราะฉะนั้นจึงต้องมีการสร้างแบรนด์ ซึ่งนั่นก็คือ จะทำอย่างไรให้น้ำตาลของเราหวาน
คุณเรวัติยังเสริมอีกว่าตอนนี้โลกของเราเป็นโลกของความเหลือเฟือ ถ้าเราจะสร้างธุรกิจขึ้นมาใหม่ต้องเป็นการสร้างธุรกิจที่ใช้ประโยชน์จากช่องว่างของสถานะที่
ต่างกันทางสังคม นั่นคือเหตุผลที่ว่าทำไมคนระดับชั้นสูงจึงนิยมใช้ของแบรนด์เนม และจากข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมของลูกค้า (CRM)

และเราได้เข้าไปค้นหาความรู้จากอินเตอร์เนตจึงพบว่าข้อความจากเว็บไซต์นี้เป็นเสียงสะท้อน
และเหตุผลที่อธิบายค่อนข้างดีทีเดียวว่าทำไมโปรแกรมเมอร์หลายคนจึงประสบความล้มเหลว
ในการสร้างธุรกิจของตัวเอง

คัดลอกจาก http://www.eweekthailand.com/printout.php?bml=0240424503

จากประสบการณ์ 4 ปีเต็มในการทำธุรกิจตรงนี้ ทำให้เรวัติได้เรียนรู้ถึงอุปสรรคการเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซแล้วถ่ายทอดให้ฟังว่า "ในบริษัทแม่ของเราจะใช้ทีมพัฒนาซอฟต์แวร์ประมาณ 6 คน แต่ความคิดทั้งหมดในธุรกิจ Miss Lily นั้นไม่ได้มาจากทีมพัฒนา แต่ทางผมกับทางการตลาดเป็นคนคิดและวิเคราะห์ขึ้น โปรแกรมเมอร์เป็นเพียงส่วนที่ทำตามความต้องการของเรา นี่แหละคือปัญหาของบริษัทธุรกิจส่วนใหญ่ที่ไม่มีการทำ CRM หรือพฤติกรรมลูกค้า เนื่องจากเขาไม่เคยศึกษาจึงไปโยนให้โปรแกรมเมอร์คิด พวกโปรแกรมเมอร์เขาเคยเขียนเป็นแต่โปรแกรมไม่เคยขายของ ในที่สุดเมื่อธุรกิจไม่ไปถึงไหนก็ต้องไปสั่งโปรแกรมจากเมืองนอกเข้ามา แต่ใครจะรู้บ้างว่าโปรแกรมเมืองนอกมันเข้ากับเมืองไทยไม่ได้ เพราะคนแต่ละชาติ แต่ละภาษานั้นมีพฤติกรรมที่แตกต่างกันออกไป นี่เป็นที่มาที่เราไม่จ่ายเงินให้เมืองนอกแม้แต่บาทเดียว เพราะผมเชื่อว่าบริษัทของเราอยู่ภายใต้บริษัทแม่ที่ทำซอฟต์แวร์ ถ้าเราคิดไม่เป็นก็คงไม่ต้องทำอะไรแล้ว"

ในแง่ของรายได้จากธุรกิจดังกล่าวนี้ เรวัติกล่าวว่า "การเติบโตทางด้านรายได้ของเราเริ่มต้นในปี 2542 ยอดขายอยู่ที่ประมาณ 5 ล้านบาทต่อปี ซึ่งเป็นรายได้จากการขายดอกไม้ผ่านทางโทรศัพท์อย่างเดียวโดยไม่มีหน้าร้าน ตอนนั้นเรามองเห็นโอกาสทางการตลาดและเชื่อว่าดอกไม้เป็นหนึ่งใน 5 อุตสาหกรรมทางอินเทอร์เน็ตทั่วโลกที่เติบโตและประสบความสำเร็จในทุกประเทศ แต่เป็นอุตสาหกรรมในเมืองไทยที่ยังไม่มี เพราะฉะนั้นธุรกิจดอกไม้เป็นธุรกิจที่เรามองว่ามันน่าจะเป็นช่องว่างอันแรก อันที่สองมันเป็นธุรกิจขนาดเล็กมาก ผมอยากรู้ว่าผมจะเข้าไปทำธุรกิจขนาดเล็กนี้ให้กลายเป็นผู้นำอุตสาหกรรมได้ไหม จากธุรกิจที่ทำรายได้เพียง 8 แสน - 1 ล้านบาทให้กลายเป็นร้อยล้านได้ไหม ผมจะได้นำโมเดลไปขายธุรกิจอย่างอื่นได้ นี่แหละที่มาที่ทำให้พันธมิตรของผมถึงหนีกันหมด เพราะทุกคนมองว่ามันเสี่ยงมาก แต่ผมกลับมองว่าถ้าผมคิดโมเดลได้ค้นหาทฤษฎีได้ มันก็คุ้ม จะเดินไปทางไหนเราก็เข้าใจเร็วขึ้น"

 

"จุดแข็งที่เห็นได้ชัดตอนที่เราก่อตั้งบริษัทใหม่ๆ แม้เราจะมีพนักงานอยู่เพียง 5-6 คน แต่ก็เป็นแผนกซอฟต์แวร์ที่พัฒนาให้บริษัทเองไม่ได้ขาย เราเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านฐานข้อมูลของออราเคิล และโปรแกรมที่ใช้เก็บฐานข้อมูลลูกค้าในเมืองไทยตอนนั้น เราก็เอาแผนกนี้ไปตั้งเป็นบริษัทใหม่ซึ่งคือ บริษัทแม่ในปัจจุบัน หากเป็นบริษัทแม่โดยทั่วไปจะทำโปรแกรมขาย แต่ถ้าผมทำผมจะได้อะไรต่อเดียว เพราะการขายโปรแกรมทีเดียวได้กำไรทีเดียว มันเปรียบเหมือนหมาล่าเนื้อ มันกินทีเดียว แต่ถ้าเราทำโปรแกรมให้บริษัทลูก แล้วกลายเป็นจุดแข็งที่คู่แข่งไม่มีทางสู้ผมได้ นั่นแหละที่ผมคิดว่ากินยาวเลย บริษัทแม่ยอมอดหน่อย แทนที่จะลงทุนทำโปรแกรมขายไปเจอคู่แข่งมากมาย หันมาผลิตโปรแกรมที่ธุรกิจอื่นทำไม่ได้มาใช้ในบริษัทของเราดีกว่า อย่างที่ผมทำอยู่วันนี้ลองคิดดูว่าใครจะบ้าเอาโปรแกรมเป็นร้อยๆ ล้านมาทำดอกไม้ ใครจะทำธุรกิจดอกไม้แล้วมีซอฟต์แวร์แบบนี้" เหตุผลหนึ่งที่เรวัติไม่ยอมเป็นแค่พรานล่าเนื้อ

"ทุกอย่างที่ทำให้เกิด Miss Lily ในวันนี้ ถ้าผมไม่มีซอฟต์แวร์ช่วย คงต้องจ้างพนักงานมากมาย แต่ที่ทำได้ทุกวันนี้เพราะทีมพัฒนาโปรแกรม 5-6 คนนั้น แค่นี้แล้วผมไม่กลัวอะไรแล้ว ถ้าวันนี้คุณยังไม่รู้จัก Miss Lily คุณอาจจะบอกว่าเราเอาเปรียบจริงๆ แค่โฆษณาลูกค้าก็เข้ามา แต่ในความเป็นจริงผมอยากบอกว่าลูกค้าไม่วิ่งเข้าอีกเป็นครั้งที่สองหรอกครับ ถ้าคุณการันตีเขาไม่ได้ ทั้งหมดนี้เราไม่ได้มันมาแบบฟรีๆ" แม่ทัพแห่งวงการดอกไม่สดเมืองไทยกล่าวทิ้งท้าย


 

Comment

Comment:

Tweet


big smile big smile big smile big smile big smile big smile big smile
#1 by (203.156.71.138) At 2010-02-07 13:28,